ติดต่อเรา
156 หมู่ 3 ตำบลดอนมูล
อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ 54130
มือถือ 08-7189-4338
Email: info@donmoonfarm.com

Last updated: 19 พฤษภาคม 2569 07:38 AM

Hit Counter

 

 

การฝึกสุนัขด้วยเทคนิค "Inspiring and Motivating" ของ Mia Skogster

ถ้าพูดถึงความเป๊ะ ความดุดัน แต่แฝงไปด้วยความร่าเริงและสปีดระดับปีศาจในสนาม IGP ชื่อของ Mia Skogster (เมีย สค็อกสเตอร์) ยอดครูฝึกหญิงชาวฟินแลนด์ แชมป์โลก FMBB หลายสมัย คือไอคอนระดับตำนานที่คนเล่นสุนัขสายใช้งานทั่วโลกต้องศึกษา

ปรัชญาหลักของ Mia คือ "Inspiring and Motivating" เธอเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดการสร้างสุนัขให้ทำงานด้วย "High Drive + High Precision" (แรงขับสูงลิ่วแต่ความแม่นยำต้องร้อยเปอร์เซ็นต์) สุนัขของเธอเวลาเดินสนามจะสะกดสายตากรรมการด้วยอาการ "เด้งดีด" หน้าเชิดตึง มองหน้าผู้ฝึกตลอดเวลาราวกับถูกสะกดจิต

เทคนิคเด่นระดับลายเซ็น (Signature Tech) ของ Mia Skogster มีรายละเอียดที่น่าสนใจและนำมาปรับใช้ได้ดังนี้:

1. เทคนิคการเดินชิดขั้นสูง (The Skogster Heelwork)

นี่คือจุดเด่นที่สุดของเธอ สุนัขของ Mia จะเดินชิด (Heeling) ด้วยสปีดที่เร็ว ขาหน้ายกสูง (Stepping) และก้นแตะชิดขาซ้ายของผู้ฝึกอย่างแนบแน่นในทุกจังหวะหมุนตัว

  • วิธีการ: เธอจะไม่ปล่อยให้สุนัขเดินตามเฉยๆ แต่จะใช้ "การเหนี่ยวนำด้วยเป้าหมาย (Targeting)" ตั้งแต่สุนัขยังเด็ก โดยใช้ลูกบอลหรือขนมซ่อนไว้ใต้คางหรือรักแร้ของเธอเอง เพื่อล็อกสายตาสุนัขให้อยู่ในมุม "Focus Looking" (แหงนคอตั้งบ่า)

  • กลไกการคุมตำแหน่ง: เธอจะฝึกก้าวเดินถอยหลังก่อน เพื่อให้สุนัขพุ่งเข้าหาตัวเธอ (Prey Drive) จากนั้นค่อยๆ พลิกตัวกลับมาเดินหน้า โดยที่สุนัขยังรักษาตำแหน่งหัวและโฟกัสเดิมไว้ สุนัขจึงเข้าใจชัดเจนว่า "ตำแหน่งทองคำ" ที่จะได้รางวัลคือการเอาไหล่ซ้ายมาประกบหน้าขาของผู้ฝึกพอดี

2. ระบบให้รางวัลแบบ "ไม่คาดคิด" (Variable & Active Rewarding)

Mia ต่อต้านการให้รางวัลแบบซ้ำซากจำเจ เพราะเธอเชื่อว่ามันทำให้สุนัขเบื่อและแรงขับตก (Drive Drop) กลางสนามแข่งขัน

  • วิธีการ: เธอจะใช้ระบบ "Active Reward" คือสุนัขจะไม่รู้เลยว่าของเล่นหรือขนมจะพุ่งออกมาจากทิศทางไหน บางครั้งพุ่งออกจากปากผู้ฝึก บางครั้งกระเด็นมาจากกระเป๋าหลัง หรือบางครั้งผู้ช่วยโยนมาให้จากนอกสนาม

  • ผลลัพธ์: สุนัขจะเกิดภาวะ "คาดหวังขั้นสุด" (High Expectation) สมองของมันจะตื่นตัวตลอดเวลา เพราะมันต้องคุมสติและโฟกัสที่ตัว Mia ทุกวินาทีเพื่อรอลุ้นว่า "แจ็กพอต" จะแตกตอนไหน

3. การผูกมัด "ความกดดัน" ให้กลายเป็น "สะพานเชื่อมสู่รางวัล"

ในงานป้องกัน (Protection) และการเชื่อฟังคำสั่ง (Obedience) เมื่อสุนัขต้องเจอแรงกดดัน (Pressure) จากสิ่งแวดล้อม หรือจาก Helper ลายเซ็นของ Mia คือ สุนัขของเธอจะไม่แสดงอาการแหยงหรือดร็อปเลย แต่กลับจะยิ่ง "ฮึดสู้" และทวีความรุนแรงมากขึ้น

  • วิธีการ: มีความคล้ายคลึงกับระบบ NePoPo® ในแง่ของตรรกะ เธอจะสอนสุนัขว่า "เมื่อไหร่ที่โดนกดดันทางกายภาพหรือจิตใจ นั่นคือสัญญาณเตือนว่า รางวัลใหญ่กำลังจะมาถึงแล้ว" * เช่น ในจังหวะที่ Helper ใช้ไม้ตีลมขู่ (Defense Drive) สุนัขของเธอจะเรียนรู้ที่จะพุ่งสวนความกดดันนั้นเข้าไปงับให้ลึกและแน่นขึ้น (Fight Drive) เพื่อปิดฉากความกดดันและเปิดสวิตช์ให้ Helper ยอมปล่อยปลอกแขนให้เป็นรางวัล

💡 มิติที่เราสามารถนำมาส่องกล้องมองสุนัขของเราได้:

เทคนิคของ Mia Skogster เหมาะะอย่างยิ่งกับการเช็ก "จิตประสาท (Temperament) และความเสถียร" ของสุนัข  เพราะสุนัขที่จะทนทานต่อโปรแกรมการฝึกสปีดสูงและอัดแรงขับหนักๆ แบบของ Mia ได้:

  1. ต้องมี "Active Prey Drive" ที่สูงมาก: คือสุนัขต้องมีความกระหายที่จะเล่น คาบ และทำกิจกรรมร่วมกับมนุษย์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ต้องรอให้เราไปบิ้วด์อารมณ์ชวนเล่น

  2. ต้องมี "Switching Drive" ที่รวดเร็ว: สามารถสลับสวิตช์จากโหมดบ้าคลั่งฟัดปลอกแขน (Protection) กลับมาสู่โหมดหมอบนิ่งส่งสายตาปิ๊งอ้อนวอนขอรางวัล (Obedience) ได้ในเสี้ยววินาทีโดยที่จิตไม่ตกค้าง

การศึกษาคลิปการทำงานของ Mia Skogster จะช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยว่า สุนัขที่ทำงานอยู่บนความสุขและความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง (Clear Communication) เวลาเดินสนามแล้วมันสง่างามและทรงคุณค่าขนาดไหน! เราเคยลองฝึกจังหวะเดินชิดโดยใช้เทคนิคล็อกสายตาแบบที่ Mia ใช้บ้างไหม?

เทคนิคล็อกสายตา (Focus Looking) ของ Mia Skogster เป็นแบบฝึกหัดที่ "สนุกที่สุด และเห็นผลไวที่สุด" มิติหนึ่งในการสร้างสุนัขใช้งานเลย

ถ้าเราจะลองทดสอบกับเด็ก ๆ ที่กำลังร่าเริง หรือตัวอื่นที่มีแรงขับล่าดี ๆ) เริ่มต้นฝึกเองที่บ้านได้ง่าย ๆ โดยใช้ทริก 3 ขั้นตอนดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: สร้าง "จุดโฟกัส" (เหนี่ยวนำด้วยสายตา)

  • เตรียมขนมชิ้นเล็กที่กลิ่นหอมแรง ๆ หรือลูกบอลลูกโปรด เอามาหนีบไว้ที่ "ใต้คาง" หรือ "รักแร้ข้างซ้าย" ของตัวเราเอง (ให้สุนัขมองเห็น)

  • ยืนนิ่ง ๆ เรียกชื่อสุนัข ทันทีที่สุนัขเงยหน้าขึ้นมาสบตาเราเพื่อมองของรางวัล ให้กดคลิกเกอร์หรือพูดคำว่า "ใช่!" แล้วควักรางวัลโยนให้กินทันที

  • เป้าหมาย: สุนัขจะเรียนรู้ว่า "ถ้าอยากได้ของกิน ไม่ต้องมองมือ... ให้มองที่หน้า/หน้าอกของเราเท่านั้น"

ขั้นตอนที่ 2: เริ่มเคลื่อนที่ถอยหลัง (สร้างแรงดึงดูด)

  • ในระบบใช้งาน เราจะยังไม่เดินหน้าชิด แต่ให้เรา "เดินถอยหลังเป็นเส้นตรง" แล้วให้สุนัขเดินหน้าตามเรามา

  • ระหว่างที่สุนัขเดินตาม มันจะแหงนหน้ามองคางเราตลอดเวลา ทันทีที่มันก้าวตามสบตาตึงเป๊ะนิ่ง ๆ 3-4 ก้าว ให้ปล่อยรางวัลทันที

  • เป้าหมาย: การเดินถอยหลังจะปลุกแรงขับล่า (Prey Drive) สุนัขจะอยากพุ่งเข้าหาตัวเรา ดึงสรีระให้คอยืด อกเชิด บ่าตึง โดยธรรมชาติ

ขั้นตอนที่ 3: พลิกกลับมาเป็น "เดินชิด" (Heeling)

  • เมื่อสุนัขเดินถอยหลังสบตาแม่นแล้ว จังหวะที่มันกำลังก้าวตาม ให้เราใช้สะโพกหมุนพลิกตัวกลับมาเดินหน้าขนานไปกับสุนัข โดยให้ขาซ้ายของเราประกบกับไหล่ซ้ายของสุนัขพอดี

  • ล็อกของรางวัลไว้ที่เดิม (ใต้คางหรือรักแร้ซ้าย) สุนัขจะพยายามล็อกสายตาอยู่ที่เดิม ทำให้เกิดภาพ "การเดินชิดที่หน้าเชิดตึง ตัวดีดขนานไปกับขาผู้ฝึก" สวยงามมาก

💡 จุดเด่นที่เราจะเห็นชิ้นงานได้ทันที

เทคนิคนี้จะเปลี่ยนนิสัยสุนัขจากการ "เดินชิดแบบแกน ๆ" (เดินดมพื้นบ้าง หันซ้ายหันขวาบ้าง) ให้กลายเป็นสุนัขที่มี "พลังงานและสมาธิขั้นสูง" เพราะสมองของมันถูกล็อกไว้กับตัวเราตลอดเวลา 100%

ด้วยสติปัญญาและความร่าเริงของสุนัขของเรา ลองเล่นเทคนิคนี้ในบ้านหรือพื้นที่เรียบ ๆ ซัก 2-3 นาทีต่อรอบดู เราจะทึ่งเลยว่าสุนัข เวลาแหงนหน้าล็อกสายตาเดินคู่ไปกับเรา มันดูภูมิฐานและทรงพลังสมราคาสายใช้งานระดับท็อปจริง ๆ!

ตอนเดินถอยหลังในขั้นตอนนี้ "สุนัขจะหันหน้าเดินตามเรามาตรง ๆ" เรา (ตัวเราถอยหลัง à หน้าสุนัขพุ่งเข้าหาหน้าเรา)

จังหวะนี้คือการเล่นกับ Prey Drive (แรงขับล่า) ของสุนัขโดยตรง นึกภาพเวลาเราเอาของเล่นถอยหนี สุนัขจะยืดคอ ตาเบิกกว้าง แล้วรีบซอยเท้าก้าวพุ่งเข้าหาเราด้วยความกระตือรือร้น

การให้สุนัขหันหน้าเดินตามเราในขณะที่เราถอยหลัง มีเหตุผลเชิงจิตวิทยาและการจัดสรีระสุนัขใช้งาน (Body Position) อยู่ 2 ข้อสำคัญ:

1. ได้สรีระ "หน้าเชิด อกยืด บ่าตึง" โดยธรรมชาติ

ถ้าเราเดินหน้าแล้วให้สุนัขเดินขนานข้างๆ ตั้งแต่แรก สุนัขมักจะก้มดมพื้น หรือวอกแวกมองซ้ายมองขวา แต่การที่เราถอยหลังแล้วล่อของไว้ที่คางหรือหน้าอกของเรา สุนัขจะพุ่งสมาธิมาที่จุดเดียว มันจะเดินยืดคอตรง อกตึง ซอยเท้าก้าวหน้าตรงๆ ซึ่งเป็น "รูปทรงสรีระที่สวยที่สุด" ที่เราจะเอาไปใช้ในท่าเดินชิด (Heeling) ตอนพลิกตัวกลับ

2. สร้างความอยากเอาชนะ (Drive Building)

การเดินถอยหนีสุนัข เป็นการกระตุ้นให้สุนัขอยากไล่ตามเพื่อเอาชนะและกดดันเข้าหาเรา ทันทีที่มันก้าวตรงสบตาเป๊ะๆ 3-4 ก้าว เราให้ของรางวัลพุ่งออกจากคางหรือรักแร้ มันจะรู้สึกสะใจและตื่นตัวสูงมาก

🔄 แล้วจังหวะเปลี่ยนเป็น "เดินชิดขนานข้าง" ทำตอนไหน?

พอสุนัขเดินหน้าตามเราที่ถอยหลังจนนิ่งและล็อกสายตาเก่งแล้ว จังหวะต่อไปคือการ "หมุนตัว 180 องศา" ของตัวเราเอง:

  1. เรากำลังเดินถอยหลัง --> สุนัขเดินหน้าตามสบตาตึงเป๊ะ

  2. ในจังหวะที่สุนัขกำลังก้าวเข้าหา ให้เรา เบี่ยงตัวสะบัดขวาแล้วพลิกกลับมาเดินหน้า ไปทางเดียวกับสุนัขทันที

  3. ล็อกตำแหน่งให้ ขาซ้าย ของเรา ประกบเข้าที่ ไหล่ซ้าย ของสุนัขพอดี (โดยของกิน/ของเล่นยังล็อกอยู่ที่คางหรือรักแร้ซ้ายเหมือนเดิม)

พอมันคุ้นชินปุ๊บ ต่อไปเวลาเราเดินหน้าเข้าสนาม สุนัขมันจะจดจำฟีลลิ่งตอนล็อกสายตาและสรีระอกยืดบ่าตึงนั้นมาใช้ประกบข้างขาซ้ายของเราทันที ลองเริ่มจากก้าวถอยหลังสั้นๆ 3-5 ก้าวดูเรา สุนัขสาย Drive ดีๆ พุ่งตามตาเป็นมันแน่นอน!

เนื่องจากเทคนิคของ Mia Skogster เป็นหลักสูตรเฉพาะทางระดับโลกที่เธอใช้สอนในสัมมนาและระบบสมาชิกแบบปิด (Inspire Ur Dog) คลิปสาธิตแบบเจาะลึกขั้นตอนการเดินถอยหลังล่อสายตาแบบเป๊ะๆ ส่วนใหญ่จะอยู่หลังระบบล็อกอินบนเว็บไซต์หลักของเธอ

อย่างไรก็ตาม เราสามารถคลิกดูคลิปบทสัมภาษณ์และคลิปอธิบายแนวคิดเชิงลึกเกี่ยวกับการสื่อสาร น้ำเสียง และการดึงโฟกัสสุนัข (Focus & Praise Voices) ของ Mia Skogster ที่เธอได้ไปแชร์ไว้บนระบบออนไลน์เพื่อเป็นแนวทางได้จากลิงก์ด้านล่างนี้:

·        คลิปอธิบายการใช้โทนเสียงกระตุ้นและการคุมอารมณ์สุนัขให้ Focus: เราสามารถรับฟังเทคนิคการสื่อสารและตัวอย่างการจัดการสุนัขใช้งานสาย Drive จัดๆ ให้ตื่นตัวแต่มีสมาธิสูงได้ที่ Mia Skogster describes praise voices to improve your communication

·        คลิปเจาะลึกปรัชญาและมุมมองการฝึกสุนัขใช้งานระดับสากล: ร่วมฟังแนวคิดการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ฝึกและสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีพละกำลังสูง (Powerful & Impulsive Dogs) ได้ที่ Lifting All Ships - Mia Skogster

หากเราต้องการศึกษาหลักสูตรแบบเต็มรูปแบบ (Full Course) ที่มีการจัดระเบียบท่าทาง สเต็ปเท้า และการหมุนตัว 180 องศาเพื่อเข้าท่าเดินชิดโดยเฉพาะ เราสามารถเข้าไปดูรายละเอียดโปรแกรมฝึกของเธอได้โดยตรงที่เว็บไซต์ Heeling course 1 - Mia Skogster

Donmoon Dobermann Kennel
Breed from the best to the best with scientific proof. Nobody does it better.
www.donmoonfarm.com

© Donmoon Dobermann Kennel. All Rights Reserved. | [Terms of Media & Copyright]