|
"หุ่นจำลอง"
(Dummy / Bite Dummy)
VS "Decoy ตัวจริง" (Human Helper)
การใช้
"หุ่นจำลอง"
(Dummy / Bite Dummy)
แทนที่ "Decoy ตัวจริง" (Human
Helper) ในการฝึก Bite Work
เป็นเทคนิคเชิงวิทยาศาสตร์พฤติกรรมสุนัขที่น่าสนใจมากครับ
บรีดเดอร์และผู้ฝึกสายใช้งานระดับสากลนิยมนำมาใช้เพื่อ "แยกแยะ
(Isolate) ปัจจัยและกระตุ้นสมองสุนัข"
ให้ทำงานได้อย่างเด็ดขาดขึ้น
ทั้งสองระบบมีมิติและหน้าที่ในบทเรียนที่แตกต่างกันชัดเจน
หากสลับใช้ให้ถูกจังหวะเวลา (Timing)
จะสร้างความแม่นยำและเพิ่มความเข้มแข็งให้สุนัขใช้งานของการฝึกได้ดีมาก
1.
การใช้หุ่นจำลองแทน Decoy (Bite Dummy / Scarecrow)
หุ่นฝึกกัดมักทำจากโครงเหล็กหรือท่อ
PVC
บุด้วยนวม หรือเป็นหุ่นผ้ากระสอบหนาๆ
รูปร่างคล้ายมนุษย์ยืนนิ่ง โดยมีการผูกปลอกแขนฝึก (Bite Sleeve)
หรือชุดกัด (Bite Suit)
ไว้กับตัวหุ่น
ประโยชน์และข้อดี:
-
ลบภาพ "คนเล่นหมา" สู่ "การป้องกันจริง" (Reality
Check):
สุนัขสายใช้งานหลายตัวมักจะติดภาพจำว่า ฉันจะกัดก็ต่อเมื่อเห็นคนใส่ชุดหนาๆ
หรือใส่ปลอกแขนเดินขยับไปมาเท่านั้น (เรียกว่า
Equipment Fixation) แต่การใช้หุ่นนิ่งๆ
จะช่วยพิสูจน์ว่า หากเจอมนุษย์รูปร่างแปลกๆ ยืนนิ่งไม่ไหวติงในมุมมืด
สุนัขจะกล้าเข้าชาร์จตามคำสั่งหรือไม่
-
ฝึก "ความแม่นยำของแผลกัด"
100%
(Pure Targeting):
เนื่องจากหุ่นไม่ขยับหนี ไม่เบี่ยงตัว
และไม่ช่วยประคองปากสุนัข สุนัขต้องใช้ทักษะของตัวเองล้วนๆ
ในการอ้าปากให้กว้างและพุ่งกระแทกเข้าล็อกจุด (เช่น ปลอกแขนที่ผูกไว้)
ให้แน่นที่สุดด้วยพละกำลังตัวเอง หากกัดตื้นหรือกัดผิดมุม
หุ่นจะไม่บิดตาม สุนัขจะหลุดทันที
มันจึงเป็นการบังคับให้สุนัขเรียนรู้ที่จะปรับมุมหัวและกรามให้เป๊ะ
-
ปลอดภัยต่อคนฝึกและข้อสะโพกสุนัข:
ในช่วงที่ฝึกการพุ่งชนระยะไกล (Long
Attack)
การให้สุนัขพุ่งชนหุ่นจำลองที่มีระบบสปริงยืดหยุ่น
จะช่วยลดแรงกระแทกที่รุนแรงต่อตัว Decoy
และเซฟโครงสร้างข้อสะโพก/ข้อศอกของสุนัขในจังหวะ Impact
ได้ดีกว่าการปะทะกับคนจริงที่ขยับผิดจังหวะ
ข้อเสีย:
-
ไม่มีแรงขับสะท้อนกลับ (No
Feedback):
หุ่นไม่มีจิตวิญญาณ ไม่มีความรู้สึกกดดัน ขู่เข็ญ
หรือท้าทาย (Defense Drive)
สุนัขที่ฝึกกับหุ่นนานเกินไปจะเบื่อ เพราะมันทำหน้าที่เหมือนเป็นแค่
"ของเล่นชิ้นใหญ่" (Prey Only)
ไม่สามารถพัฒนาความเข้มแข็งในมิติของการต่อสู้ (Fight Drive)
ได้
2.
การใช้ Decoy ตัวจริง (Human
Helper)
คือการใช้มนุษย์ที่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน (Sleeve
/ Full Suit) เข้ามารับแรงปะทะและสื่อสารกับสุนัขโดยตรง
ประโยชน์และข้อดี:
-
การบริหารแรงขับแบบไดนามิก (Dynamic
Drive Management):
Decoy เก่งๆ คือจิตแพทย์ของสุนัข
เขาจะรู้ว่าจังหวะไหนสุนัขกำลังกลัว (กดดันเพิ่มเพื่อสร้างความแกร่ง)
หรือจังหวะไหนสุนัขทำดี (แกล้งแพ้สะบัดแขนให้หมาหลุดชนะ)
การโต้ตอบแบบวินาทีต่อวินาทีนี้เป็นสิ่งที่หุ่นยนต์หรือหุ่นนิ่งทำไม่ได้
-
สร้างจิตประสาทการต่อสู้ที่แท้จริง (Fight
Drive & Hardness):
Decoy สามารถส่งเสียงขู่ ใช้ไม้ตีลม (Clatter
Stick) สบตา หรือเดินกดดันกดขี่สุนัข
เพื่อดึงความดุดันและสัญชาตญาณการปกป้อง (Defense)
ออกมาขั้นสูงสุด สุนัขจะเรียนรู้ที่จะ
"เอาชนะมนุษย์ที่กำลังคุกคาม" ไม่ใช่แค่การชนะปลอกหมอน
-
การอ่านจังหวะสั่งปล่อย (Aus
/ Out):
ในระบบ NePoPo®
จังหวะที่สั่งปล่อย Decoy
ต้องทำตัวแข็งนิ่งทันที และเมื่อหมาคายปาก Decoy
ต้องรีบขยับให้หมากัดต่อทันที
การประสานงานตรงนี้จำเป็นต้องใช้มนุษย์จริงที่มีทักษะสูงเท่านั้น
ข้อเสีย:
💡
วิธีการนำมาประยุกต์ใช้ในการฝึก
เราสามารถตั้ง
"หุ่นจำลอง"
ไว้ตามจุดต่างๆ ในสนาม เพื่อทำแบบทดสอบระดับสูงได้เลย โดยวางโรดแมปดังนี้:
-
ใช้
Decoy ตัวจริงเป็นหลักในการสอน (Teaching
Phase):
ใช้คนจริงในการปูพื้นฐานแผลกัดให้แน่น ฝึกคำสั่งปล่อย
(Aus) และสร้างความมั่นใจให้สุนัขรักการปะทะ
-
ใช้หุ่นจำลองเพื่อทดสอบสติและลบอุปกรณ์ (Testing
Phase):
เมื่อสุนัขเก่งกับคนแล้ว
ลองผูกปลอกแขนไว้กับหุ่นผ้ากระสอบที่แต่งตัวเหมือนคนธรรมดา ยืนนิ่งๆ
แล้วสั่งสุนัขเข้าชาร์จ
เพื่อดูว่าสุนัขแยกแยะคำสั่งและทำหน้าที่ปกป้องพื้นที่ได้จริงไหม
โดยไม่ต้องพึ่งพาการกระตุ้นจาก Decoy
การผสมผสานสองสิ่งนี้ จะช่วยให้สุนัขของมีความเราแม่นยำ ทรงพลัง
และกลายเป็นสุนัขใช้งานที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ไม่ใช่เก่งอยู่แค่ในสนามซ้อม!
Donmoon Dobermann Kennel
Breed from the best to the best with scientific proof. Nobody does it better.
www.donmoonfarm.com © Donmoon Dobermann Kennel. All
Rights Reserved. | [Terms of Media & Copyright] |